ลงทุนทางเลือก: ประหยัดภาษีได้มากกว่าแค่ลดหย่อนทั่วไป

webmaster

대체투자 포트폴리오의 세금 효율성 - **Image Prompt 1: "Future of Alternative Investments"**
    A group of three diverse young adults (t...

มาแล้วจ้าเพื่อนๆ นักลงทุนทุกคน! 🙋‍♀️ วันนี้ฉันมีเรื่องเด็ดๆ ที่จะมาเล่าให้ฟัง รับรองว่าถูกใจสายสร้างความมั่งคั่งแน่นอน เพราะมันเกี่ยวกับ “การลงทุนทางเลือก” ที่หลายคนมองข้าม แถมยังมีเรื่อง “ภาษี” ที่ฟังดูน่าเบื่อ แต่ถ้าเรารู้เคล็ดลับดีๆ ล่ะก็… มันจะกลายเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้พอร์ตของเราเติบโตแบบก้าวกระโดดเลยนะ!

ช่วงนี้เศรษฐกิจโลกผันผวนจนน่าใจหายใช่ไหมล่ะ? หุ้นก็ขึ้นๆ ลงๆ บางทีก็ทำเอาเราใจหายใจคว่ำ 😱 แต่เพื่อนๆ รู้ไหมว่าท่ามกลางความไม่แน่นอนนี้เอง การลงทุนทางเลือกกลับกลายเป็นดาวเด่นที่น่าจับตามากๆ ฉันเองก็เคยรู้สึกเสียดายนะ ที่เมื่อก่อนไม่ค่อยได้ศึกษาเรื่องพวกนี้อย่างจริงจัง มัวแต่ไปโฟกัสกับการลงทุนแบบเดิมๆ พอมาเจอผลตอบแทนและโอกาสในการลดหย่อนภาษีที่ซ่อนอยู่ในการลงทุนทางเลือกนี่สิ ถึงกับต้องร้องว้าวเลย!

จากประสบการณ์ที่ได้คลุกคลีอยู่ในวงการนี้มาพักใหญ่ ฉันได้เห็นเทรนด์ใหม่ๆ ที่น่าสนใจเพียบเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลบางประเภท หรืออสังหาริมทรัพย์ที่กำลังฟื้นตัวในบางทำเล รวมถึงกองทุน Thai ESG หรือ Thai ESGX ที่รัฐบาลให้สิทธิลดหย่อนภาษีแบบจุกๆ ยิ่งถ้าเรารู้จักวางแผนภาษีดีๆ นะ เงินที่เราเสียไปให้กรมสรรพากรอาจลดลงไปได้เยอะเลยทีเดียว ลองคิดดูสิคะว่าเงินส่วนนั้น ถ้าเอาไปต่อยอดลงทุนเพิ่มได้อีก จะดีแค่ไหน!

หลายคนอาจจะคิดว่าเรื่องภาษีมันยุ่งยากซับซ้อน แต่จริงๆ แล้วมันมีกลยุทธ์ง่ายๆ ที่ช่วยให้เราประหยัดภาษีได้เพียบเลยนะ ไม่ใช่แค่เรื่อง RMF หรือ SSF แบบเดิมๆ แล้วค่ะ ยุคนี้ต้องมองหาอะไรที่มัน “ว้าว” กว่านั้น!

ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในกองทุนต่างประเทศบางประเภทที่จัดการภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือแม้แต่การปรับโครงสร้างพอร์ตของเราให้เข้ากับกฎเกณฑ์ภาษีใหม่ๆ ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นมา เพื่อลดภาระภาษีจากรายได้ที่มาจากต่างประเทศ การรู้เท่าทันเรื่องเหล่านี้ถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้เราได้ผลตอบแทนที่แท้จริงกลับมาเต็มเม็ดเต็มหน่วยเลยค่ะพร้อมที่จะปลดล็อกศักยภาพพอร์ตการลงทุนของคุณให้ไปได้ไกลกว่าเดิมหรือยังคะ?

ในบทความนี้ ฉันจะพาเพื่อนๆ ไปเจาะลึกเทคนิคการจัดพอร์ตลงทุนทางเลือกที่ช่วยให้เราประหยัดภาษีได้อย่างชาญฉลาด พร้อมอัปเดตเทรนด์ใหม่ๆ ที่ไม่ควรพลาดในปี 2568 นี้เลยค่ะ!

รับรองว่าอ่านจบแล้วจะต้องมีไอเดียดีๆ ไปปรับใช้กับพอร์ตตัวเองแน่นอน เรามาดูกันแบบละเอียดๆ เลยดีกว่าค่ะ!

การลงทุนทางเลือก: ปลดล็อกความมั่งคั่งแบบไม่เสียดายภาษี!

대체투자 포트폴리오의 세금 효율성 - **Image Prompt 1: "Future of Alternative Investments"**
    A group of three diverse young adults (t...

จับตาเทรนด์ใหม่ของการลงทุนนอกกรอบปี 2568

ช่วงนี้ใครๆ ก็พูดถึงการลงทุนทางเลือกกันเยอะขึ้นมากเลยนะคะเพื่อนๆ ฉันเองก็รู้สึกตื่นเต้นกับโอกาสใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นตลอดเวลา โดยเฉพาะในปี 2568 นี้ ที่มีสินทรัพย์น่าสนใจผุดขึ้นมาเพียบ ไม่ใช่แค่เรื่องของหุ้นหรือกองทุนรวมแบบเดิมๆ อีกต่อไปแล้วนะ การลงทุนทางเลือกไม่ได้จำกัดอยู่แค่คนที่มีเงินถุงเงินถังเท่านั้น แต่สำหรับนักลงทุนรายย่อยอย่างเราๆ ก็มีช่องทางให้ได้ลองศึกษาและเข้าไปร่วมสร้างผลตอบแทนที่ดีได้เหมือนกันค่ะ จากที่ฉันได้คลุกคลีในวงการมาพักใหญ่ สิ่งที่เห็นชัดเลยคือตลาดมันเปิดกว้างขึ้นมาก ทั้งในเรื่องของข้อมูลที่เข้าถึงง่ายขึ้น และผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่หลากหลายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลบางประเภทที่เริ่มมีกรอบการกำกับดูแลที่ชัดเจนขึ้นในบ้านเรา หรือการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เฉพาะกลุ่มที่มีศักยภาพการเติบโตสูง หรือแม้แต่การลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพที่มีนวัตกรรม ซึ่งล้วนแต่ให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจและสามารถช่วยกระจายความเสี่ยงของพอร์ตเราได้ดีเยี่ยมเลยล่ะค่ะ ยิ่งเศรษฐกิจผันผวนแบบนี้ การมีทางเลือกที่หลากหลายก็เหมือนมีเกราะป้องกันที่ดีกว่าจริงไหมคะ

ทำไมต้องมองหา “นอกตลาดหลักทรัพย์”

หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมเราถึงต้องไปมองหาการลงทุนนอกตลาดหลักทรัพย์ด้วย ในเมื่อตลาดหลักทรัพย์ก็มีให้เลือกมากมายอยู่แล้ว เหตุผลหลักๆ เลยคือ “โอกาส” และ “ความแตกต่าง” ค่ะ การลงทุนทางเลือกมักจะมีความสัมพันธ์กับการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นน้อยกว่า ทำให้เป็นเครื่องมือที่ดีในการลดความผันผวนของพอร์ตโดยรวม แถมบางอย่างยังมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าการลงทุนแบบดั้งเดิมอีกด้วยนะคะ อย่างเช่น การลงทุนในกองทุนส่วนบุคคลที่เน้นสินทรัพย์นอกตลาด หรือการร่วมลงทุนในโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ขนาดเล็กที่กำลังเติบโต ก็เป็นอะไรที่น่าสนใจมากๆ เลยค่ะ ที่สำคัญคือเราต้องศึกษาข้อมูลให้ดี ทำความเข้าใจในสินทรัพย์นั้นๆ อย่างละเอียด และประเมินความเสี่ยงที่รับได้ของตัวเองก่อนตัดสินใจลงทุนเสมอ เพราะของดีมักจะมาพร้อมกับความท้าทายเสมอค่ะ จากประสบการณ์ของฉัน การลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงก็มักจะมาพร้อมกับความเสี่ยงที่สูงตามไปด้วย ดังนั้นการทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้จึงสำคัญกว่าสิ่งอื่นใดเลยค่ะ

เจาะลึก “สินทรัพย์ดิจิทัล” ทางรอดหรือทางลวง? พร้อมเคล็ดลับบริหารภาษี

สินทรัพย์ดิจิทัลที่น่าจับตาในมุมมองของนักลงทุน

พูดถึงสินทรัพย์ดิจิทัล หลายคนอาจจะนึกถึงแต่ Bitcoin หรือ Ethereum ใช่ไหมคะ แต่จริงๆ แล้วโลกของสินทรัพย์ดิจิทัลมันกว้างใหญ่กว่านั้นมากเลยนะ! ในปี 2568 นี้ เราจะได้เห็นนวัตกรรมใหม่ๆ ที่เข้ามาพลิกโฉมวงการมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น DeFi (Decentralized Finance) ที่มีโปรดักต์ทางการเงินหลากหลาย หรือ NFT (Non-Fungible Token) ที่ยังคงได้รับความสนใจในหมู่นักสะสมและผู้ที่ชื่นชอบงานศิลปะดิจิทัล รวมถึง Utility Token หรือ Investment Token บางประเภทที่เริ่มมีบทบาทใน Ecosystem ของโปรเจกต์ต่างๆ ที่น่าสนใจก็คือ ก.ล.ต.

ของไทยก็กำลังพัฒนาแนวทางการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อให้นักลงทุนได้รับการคุ้มครองและมีความมั่นใจในการลงทุนมากขึ้นค่ะ ฉันเองก็ได้มีโอกาสศึกษาและลองลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลบางประเภทมาพักใหญ่แล้ว สิ่งที่ค้นพบคือมันมีความผันผวนสูงมากก็จริง แต่ถ้าเรามีความรู้ความเข้าใจในเทคโนโลยีเบื้องหลังและปัจจัยพื้นฐานของโปรเจกต์นั้นๆ ก็มีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่น่าประทับใจได้ไม่แพ้การลงทุนอื่นๆ เลยค่ะ แต่ย้ำอีกครั้งว่าความรู้เป็นสิ่งสำคัญที่สุดนะคะ อย่าลงทุนตามกระแสเด็ดขาด

กลยุทธ์วางแผนภาษีสำหรับกำไรจากคริปโตฯ และสินทรัพย์ดิจิทัล

เรื่องภาษีกับสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นสิ่งที่นักลงทุนหลายคนกังวลและสับสนมากที่สุดเลยใช่ไหมคะ ฉันเข้าใจดีเลย เพราะตอนแรกๆ ฉันเองก็งงไม่แพ้กัน! แต่หลังจากศึกษามาอย่างละเอียด ก็พอจะเห็นแนวทางในการบริหารจัดการภาษีได้ดีขึ้นค่ะ โดยปกติแล้วกำไรที่ได้จากการขายสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทยจะถูกจัดเป็นเงินได้พึงประเมินประเภท 40(4)(ฉ) ซึ่งต้องนำไปรวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แต่ข่าวดีคือ ในบางกรณี เราสามารถหักค่าใช้จ่ายได้ตามที่กฎหมายกำหนด และที่สำคัญคือ ถ้าเรามีการบันทึกรายการซื้อขายอย่างเป็นระบบ ก็จะช่วยให้การยื่นภาษีเป็นไปอย่างราบรื่นมากขึ้นค่ะ นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) สำหรับการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลบางประเภท ที่เราจะต้องทำความเข้าใจด้วย เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดในการคำนวณภาษีนะคะ สำหรับใครที่มีกำไรจากการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลเยอะๆ การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีเป็นเรื่องที่แนะนำมากๆ เลยค่ะ เพราะกฎหมายภาษีมีการเปลี่ยนแปลงและมีความซับซ้อนพอสมควร การมีผู้รู้มาช่วยแนะนำจะทำให้เรามั่นใจได้ว่าเราปฏิบัติตามกฎหมายถูกต้องและประหยัดภาษีได้อย่างเต็มที่ค่ะ

Advertisement

อสังหาริมทรัพย์: ลงทุนอย่างไรให้ได้กำไรสองต่อ ทั้งจากค่าเช่าและส่วนต่างราคา

ทำเลทองใหม่ๆ ที่นักลงทุนอสังหาฯ ต้องรู้

การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ยังคงเป็นหนึ่งในทางเลือกยอดนิยมตลอดกาลใช่ไหมคะเพื่อนๆ แต่ยุคนี้การจะเลือกทำเลให้ได้กำไรดีๆ ไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไปแล้ว ต้องอาศัยการมองการณ์ไกลและข้อมูลที่แม่นยำค่ะ จากที่ฉันสังเกตการณ์มาพักใหญ่ ทำเลทองใหม่ๆ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในกรุงเทพฯ ชั้นในอีกต่อไปแล้วนะคะ แต่กำลังขยายไปยังพื้นที่ชานเมืองที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง เช่น บริเวณที่มีโครงการรถไฟฟ้าสายใหม่ๆ กำลังก่อสร้าง หรือพื้นที่ที่มีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของภาครัฐ รวมถึงหัวเมืองใหญ่ในต่างจังหวัดที่มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่ดี อย่างเช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต หรือพัทยา ก็ยังคงเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักลงทุนได้เสมอค่ะ สิ่งสำคัญคือเราต้องประเมินถึงปัจจัยต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะ แหล่งงาน สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ รวมถึงแผนการพัฒนาเมืองในอนาคต เพื่อให้มั่นใจว่าอสังหาริมทรัพย์ที่เราลงทุนไปนั้นจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นในระยะยาว และสามารถสร้างรายได้จากค่าเช่าได้อย่างสม่ำเสมอค่ะ

ลดหย่อนภาษีจากการลงทุนอสังหาฯ: ไม่ใช่แค่ค่าลดหย่อนดอกเบี้ยบ้าน

หลายคนอาจจะคิดว่าการลดหย่อนภาษีจากการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ทำได้แค่การหักลดหย่อนดอกเบี้ยบ้านเท่านั้นใช่ไหมคะ แต่จริงๆ แล้วมันมีช่องทางอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกเยอะเลยค่ะ โดยเฉพาะสำหรับคนที่ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อให้เช่า จะมีค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่สามารถนำมาหักลดหย่อนได้ตามจริง เช่น ค่าเสื่อมราคาของอาคาร ค่าบำรุงรักษา ค่าซ่อมแซม หรือแม้กระทั่งค่านายหน้า (ในกรณีที่มี) สิ่งเหล่านี้จะช่วยลดภาระภาษีจากรายได้ค่าเช่าได้เยอะเลยล่ะค่ะ นอกจากนี้ หากเรามีการปรับปรุงหรือต่อเติมอสังหาริมทรัพย์เพื่อให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น ก็อาจจะมีการพิจารณาในเรื่องของการคิดค่าเสื่อมราคาที่แตกต่างกันไปตามประเภทของทรัพย์สินด้วยค่ะ และสำหรับใครที่ลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์ (REITs) หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund) ก็อาจจะมีสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่แตกต่างกันไป ดังนั้นการศึกษาข้อมูลของกองทุนนั้นๆ อย่างละเอียดจึงเป็นสิ่งสำคัญมากๆ ค่ะ การวางแผนภาษีที่ดีจะช่วยให้เราได้รับผลตอบแทนสุทธิจากการลงทุนอสังหาริมทรัพย์อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยค่ะ

Thai ESG และ Thai ESGX: โอกาสทองในการลดหย่อนภาษีที่มาพร้อมผลตอบแทนยั่งยืน

ทำความรู้จัก Thai ESG / Thai ESGX: ลงทุนเพื่อโลกและเพื่อกระเป๋าเงินเรา

เพื่อนๆ รู้จักกองทุน Thai ESG หรือ Thai ESGX กันแล้วใช่ไหมคะ? บอกเลยว่านี่คืออีกหนึ่งโอกาสทองที่รัฐบาลตั้งใจมอบให้ เพื่อสนับสนุนการลงทุนในธุรกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ไปพร้อมๆ กับการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแบบจุกๆ เลยค่ะ!

ฉันเองก็เป็นคนหนึ่งที่ให้ความสำคัญกับการลงทุนที่ยั่งยืน เพราะเชื่อว่าการที่เราสนับสนุนธุรกิจที่ดี จะส่งผลดีต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมในระยะยาวด้วย แถมยังช่วยให้พอร์ตเราเติบโตได้อย่างมั่นคงอีกด้วยนะ สิ่งที่น่าสนใจของ Thai ESG และ Thai ESGX คือสิทธิในการลดหย่อนภาษีที่สูงถึง 30% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่ไม่น้อยเลยทีเดียวค่ะ การลงทุนในกองทุนเหล่านี้จึงเป็นเหมือนการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว ทั้งได้ทำเพื่อสิ่งแวดล้อมและสังคม และยังได้ลดหย่อนภาษีไปในตัวอีกด้วยค่ะ แถมยังมีระยะเวลาการถือครองที่สั้นกว่า RMF อีกด้วย ทำให้มีความยืดหยุ่นในการบริหารเงินลงทุนมากกว่าค่ะ

เปรียบเทียบกองทุน Thai ESG / Thai ESGX กับการลงทุนลดหย่อนภาษีแบบอื่นๆ

เพื่อความเข้าใจที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ฉันได้สรุปตารางเปรียบเทียบสิทธิประโยชน์ของ Thai ESG และ Thai ESGX กับการลงทุนลดหย่อนภาษีแบบอื่นๆ ที่คุ้นเคยมาให้เพื่อนๆ ดูกันค่ะ จะได้เห็นภาพรวมและตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่ากองทุนไหนเหมาะกับสไตล์การลงทุนและการวางแผนภาษีของเรามากที่สุดนะคะ การเลือกกองทุนลดหย่อนภาษีที่เหมาะสมจะช่วยให้เราประหยัดภาษีได้สูงสุด และยังเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความมั่งคั่งให้พอร์ตของเราในระยะยาวด้วยค่ะ อย่าลืมว่าแต่ละกองทุนมีเงื่อนไขการลงทุนและระยะเวลาการถือครองที่แตกต่างกันไป ดังนั้นก่อนตัดสินใจลงทุน ควรศึกษาข้อมูลและหนังสือชี้ชวนอย่างละเอียด หรือปรึกษาผู้แนะนำการลงทุนเพื่อให้ได้คำแนะนำที่เหมาะสมกับตัวเรามากที่สุดนะคะ

ประเภทการลงทุน วัตถุประสงค์หลัก สิทธิลดหย่อนภาษีสูงสุด เงื่อนไขการถือครอง
กองทุน Thai ESG / Thai ESGX ส่งเสริมการลงทุนยั่งยืน (ESG) 30% ของเงินได้, ไม่เกิน 100,000 บาท ถือครอง 8 ปีเต็ม (นับวันชนวัน)
กองทุน SSF (Super Savings Fund) ส่งเสริมการออมระยะยาว 30% ของเงินได้, ไม่เกิน 200,000 บาท (รวม RMF, PVD, ประกันบำนาญ ไม่เกิน 500,000 บาท) ถือครอง 10 ปีนับจากวันที่ซื้อ
กองทุน RMF (Retirement Mutual Fund) ส่งเสริมการออมเพื่อการเกษียณ 30% ของเงินได้, ไม่เกิน 500,000 บาท (รวม SSF, PVD, ประกันบำนาญ ไม่เกิน 500,000 บาท) ถือครองจนอายุ 55 ปีบริบูรณ์ และลงทุนมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ปี
ประกันชีวิตแบบบำนาญ สร้างหลักประกันและเงินบำนาญ 15% ของเงินได้, ไม่เกิน 200,000 บาท (รวม RMF, SSF, PVD ไม่เกิน 500,000 บาท) ต้องจ่ายเบี้ยต่อเนื่อง และได้รับเงินบำนาญเมื่ออายุครบตามเงื่อนไข
Advertisement

กลยุทธ์จัดพอร์ตลงทุนต่างประเทศ: ลดภาระภาษี เพิ่มโอกาสเติบโต

ทำไมต้องมี “ต่างประเทศ” ในพอร์ตการลงทุนของคุณ

หลายคนอาจจะยังลังเลกับการลงทุนในต่างประเทศใช่ไหมคะ? ฉันเองก็เคยเป็นค่ะ แต่พอได้ลองศึกษาและเห็นถึงศักยภาพของตลาดต่างประเทศแล้ว ก็บอกเลยว่านี่คือโอกาสที่เราไม่ควรมองข้ามเด็ดขาดเลยนะ การที่เรากระจายการลงทุนไปในตลาดต่างประเทศจะช่วยลดความเสี่ยงที่กระจุกตัวอยู่ในตลาดใดตลาดหนึ่งได้ดีเยี่ยมค่ะ แถมยังเปิดประตูสู่โอกาสการเติบโตของเศรษฐกิจและนวัตกรรมใหม่ๆ ทั่วโลกที่เราอาจจะหาไม่ได้ในตลาดบ้านเรา เช่น การลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของโลก หรือกองทุนที่เน้นลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเติบโตสูงในอนาคต ทำให้พอร์ตของเรามีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้น และมีความมั่นคงมากขึ้นในระยะยาวค่ะ จากประสบการณ์ส่วนตัว การลงทุนในต่างประเทศทำให้พอร์ตของฉันมีความหลากหลายและแข็งแกร่งขึ้นมากเลยค่ะ

วางแผนภาษีรายได้ต่างประเทศตามกฎหมายใหม่ปี 2567

ประเด็นร้อนแรงที่นักลงทุนต่างประเทศต้องรู้เลยคือเรื่องกฎหมายภาษีใหม่ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นไปนี่แหละค่ะ! แต่ก่อน เราอาจจะสบายใจได้หน่อยว่าถ้าไม่นำเงินได้จากต่างประเทศกลับเข้าไทยภายในปีภาษีเดียวกันก็ไม่ต้องเสียภาษี แต่ตอนนี้ไม่เป็นแบบนั้นแล้วนะคะ!

กฎหมายใหม่ระบุว่า เงินได้จากต่างประเทศไม่ว่าจะเป็นเงินปันผล ดอกเบี้ย หรือกำไรจากการขายหลักทรัพย์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นไป หากนำเงินได้นั้นกลับเข้ามาในประเทศไทยไม่ว่าจะปีใด ก็จะต้องนำมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาค่ะ เรื่องนี้ทำให้เราต้องวางแผนกันใหม่ทั้งหมดเลยนะ แต่ไม่ต้องตกใจไปค่ะ ยังมีกลยุทธ์ที่เราสามารถใช้เพื่อบริหารจัดการภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การพิจารณาลงทุนผ่านกองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนในต่างประเทศและมีโครงสร้างที่สามารถจัดการภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือการศึกษาเรื่องอนุสัญญาภาษีซ้อน (Double Taxation Agreement) ที่ประเทศไทยมีกับประเทศต่างๆ ซึ่งอาจช่วยลดภาระภาษีได้บางส่วนค่ะ สิ่งสำคัญคือต้องทำความเข้าใจกฎเกณฑ์เหล่านี้อย่างละเอียด และปรับกลยุทธ์การลงทุนของเราให้สอดคล้องกับกฎหมายใหม่ เพื่อให้มั่นใจว่าเราปฏิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้องและได้รับผลตอบแทนสุทธิอย่างเต็มที่ค่ะ

กฎหมายภาษีใหม่ปี 2567: รู้ก่อน รอดก่อน

เจาะลึกผลกระทบจากกฎหมายภาษีเงินได้จากต่างประเทศ

대체투자 포트폴리오의 세금 효율성 - **Image Prompt 2: "Digital Asset Management & Compliance"**
    A focused individual (gender-neutral...

เชื่อว่าหลายคนคงได้ยินข่าวเรื่องกฎหมายภาษีเงินได้จากต่างประเทศฉบับใหม่ที่เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2567 กันมาบ้างแล้วใช่ไหมคะ? บอกเลยว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่นักลงทุนทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ลงทุนในต่างประเทศ ต้องทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้เลยล่ะค่ะ เพราะมันส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ที่เรานำกลับเข้ามาในประเทศไทยค่ะ สรุปง่ายๆ ก็คือ ไม่ว่าเราจะลงทุนในต่างประเทศแล้วได้กำไร ปันผล หรือดอกเบี้ยมา ถ้าเมื่อไหร่ที่เรานำเงินเหล่านั้นกลับเข้ามาในประเทศ ไม่ว่าจะในรูปแบบไหน หรือนำกลับเข้ามาเมื่อไหร่ ก็จะต้องนำมารวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามอัตราก้าวหน้าเลยค่ะ ซึ่งแตกต่างจากกฎเดิมที่ถ้าเราไม่นำเงินกลับเข้ามาในปีเดียวกันก็จะไม่ต้องเสียภาษี ทำให้หลายคนมองหาช่องทางในการเลี่ยงภาษี แต่นับจากนี้ไป เราต้องปรับตัวและวางแผนภาษีกันใหม่ให้ดีเลยนะคะ จากที่ฉันได้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีมา สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการทำบัญชีรายรับรายจ่ายที่มาจากต่างประเทศให้ชัดเจน เพื่อให้ง่ายต่อการยื่นภาษีและหลีกเลี่ยงปัญหาในอนาคตค่ะ

Advertisement

ทางออกและข้อควรระวังสำหรับนักลงทุนยุคใหม่

เมื่อมีกฎหมายใหม่เข้ามา การปรับตัวคือสิ่งสำคัญที่สุดค่ะ แต่ไม่ต้องกังวลไปนะคะ ยังมีทางออกและกลยุทธ์ที่เราสามารถนำมาปรับใช้ได้ เพื่อให้การลงทุนในต่างประเทศของเรายังคงมีประสิทธิภาพและเสียภาษีน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ค่ะ ข้อแรกเลยคือ การพิจารณาลงทุนผ่านกองทุนรวมไทยที่ไปลงทุนในต่างประเทศ (Feeder Fund) ซึ่งบางกองทุนอาจจะมีโครงสร้างการจัดการภาษีที่ช่วยลดภาระให้กับนักลงทุนได้ดีกว่าการลงทุนตรงค่ะ ข้อสองคือ การศึกษาเรื่องอนุสัญญาภาษีซ้อน (Double Taxation Agreement – DTA) ที่ประเทศไทยมีกับประเทศต่างๆ ซึ่งอาจช่วยให้เราไม่ต้องเสียภาษีซ้ำซ้อนในทั้งสองประเทศค่ะ และข้อสามคือ การวางแผนการโอนเงินกลับประเทศไทยอย่างชาญฉลาด โดยอาจจะปรึกษาธนาคารหรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาวิธีที่เหมาะสมที่สุดค่ะ สิ่งที่ต้องระวังคือ การพยายามเลี่ยงภาษีด้วยวิธีที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะอาจนำไปสู่บทลงโทษที่รุนแรงได้นะคะ ดังนั้น การทำความเข้าใจกฎหมายอย่างถ่องแท้และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งค่ะ เพื่อให้เราลงทุนได้อย่างสบายใจและถูกต้องตามกฎหมายค่ะ

เทคนิคสร้างรายได้เสริมจากการลงทุนทางเลือก: สร้างพอร์ตปังๆ ไม่ต้องรอเงินเดือน

พลิกมุมมองการสร้างรายได้: ไม่ได้มีแค่รายได้หลัก

ใครๆ ก็อยากมีรายได้หลายทางใช่ไหมคะ? ฉันเองก็เป็นหนึ่งในนั้น! เพราะรู้สึกว่าถ้ามีแค่รายได้ทางเดียวมันช่างไม่มั่นคงเอาซะเลย ยิ่งในยุคที่เศรษฐกิจผันผวนแบบนี้ การมีรายได้เสริมจากการลงทุนทางเลือกนี่แหละค่ะ ที่เป็นตัวช่วยสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางการเงินให้เราได้ จากประสบการณ์ของฉัน การลงทุนทางเลือกไม่ได้แค่ช่วยเพิ่มมูลค่าของเงินเก็บเท่านั้น แต่ยังสามารถสร้างกระแสเงินสดให้เราได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นรายได้ค่าเช่าจากอสังหาริมทรัพย์ การปันผลจากกองทุนที่มีนโยบายจ่ายปันผลสม่ำเสมอ หรือแม้แต่ผลตอบแทนจากการลงทุนในธุรกิจที่เราสนใจและมีความรู้ความเข้าใจเป็นอย่างดี สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นแหล่งรายได้เสริมที่สำคัญที่ช่วยให้เรามีอิสระทางการเงินมากขึ้น และไม่จำเป็นต้องรอแค่เงินเดือนออกเท่านั้นค่ะ ลองคิดดูสิคะว่าถ้าเรามีกระแสเงินสดเข้ามาเรื่อยๆ จากช่องทางที่หลากหลาย ชีวิตเราจะมีความสุขและมีทางเลือกมากขึ้นขนาดไหน

สร้างกระแสเงินสดจากพอร์ตลงทุนทางเลือก

การสร้างกระแสเงินสดจากพอร์ตลงทุนทางเลือกเป็นศิลปะอย่างหนึ่งเลยนะคะเพื่อนๆ! มันไม่ใช่แค่การลงทุนแล้วหวังกำไรจากการขายอย่างเดียว แต่เป็นการออกแบบพอร์ตให้มีสินทรัพย์ที่สามารถสร้างรายได้ให้เราได้อย่างต่อเนื่องค่ะ ยกตัวอย่างเช่น การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อปล่อยเช่า หรือการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล/หุ้นกู้เอกชนที่จ่ายดอกเบี้ยสม่ำเสมอ หรือแม้แต่การลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (REITs) ที่มักจะจ่ายปันผลอย่างสม่ำเสมอ หรือการเป็น Angel Investor ในสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพและมีแผนการจ่ายปันผลเมื่อบริษัทเติบโตได้ดี สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้เรามีรายได้เสริมเข้ามาอย่างสม่ำเสมอค่ะ ฉันเองก็ได้ทดลองปรับพอร์ตของตัวเองให้มีสัดส่วนของสินทรัพย์ที่สร้างกระแสเงินสดอยู่พอสมควร ซึ่งช่วยให้ฉันมีเงินหมุนเวียนและสามารถนำไปต่อยอดการลงทุนอื่นๆ ได้อีก ทำให้พอร์ตเติบโตไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดนิ่งเลยค่ะ การมีกระแสเงินสดเข้ามาช่วยให้เรามีสภาพคล่องที่ดี และยังสามารถนำเงินส่วนนี้ไปลงทุนซ้ำเพื่อสร้างผลตอบแทนที่มากขึ้นไปอีกได้ด้วยนะ

ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นใจ: เคล็ดลับสู่ความสำเร็จในการลงทุนทางเลือก

อย่าหยุดเรียนรู้: โลกของการลงทุนไม่เคยหยุดนิ่ง

สิ่งที่ฉันอยากจะเน้นย้ำกับเพื่อนๆ นักลงทุนทุกคนเลยก็คือ “การเรียนรู้ไม่มีวันสิ้นสุด” ค่ะ โลกของการลงทุนโดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงทุนทางเลือกนั้นมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา มีสินทรัพย์ใหม่ๆ มีเทคโนโลยีใหม่ๆ มีกฎเกณฑ์ใหม่ๆ เกิดขึ้นมาเสมอ ดังนั้นการที่เราจะประสบความสำเร็จและอยู่รอดในระยะยาวได้ คือการที่เราไม่หยุดที่จะศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือด้านการลงทุน การติดตามข่าวสารจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ การเข้าร่วมสัมมนา หรือแม้แต่การพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับนักลงทุนคนอื่นๆ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เราทันต่อการเปลี่ยนแปลงและสามารถปรับกลยุทธ์การลงทุนของเราให้เข้ากับสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสมค่ะ ฉันเองก็ยังคงต้องศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมอยู่ตลอดเวลา เพราะยิ่งเรามีความรู้มากเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งตัดสินใจลงทุนได้อย่างมั่นใจและมีประสิทธิภาพมากขึ้นเท่านั้นค่ะ

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ: ทางลัดสู่พอร์ตที่แข็งแกร่ง

บางครั้งการที่เราพยายามทำทุกอย่างด้วยตัวเองก็อาจจะไม่ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดเสมอไปใช่ไหมคะ? โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการลงทุนทางเลือกและการวางแผนภาษี ซึ่งมีความซับซ้อนและมีรายละเอียดปลีกย่อยเยอะมาก การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนหรือผู้เชี่ยวชาญด้านภาษี จึงเป็นทางลัดที่สำคัญที่จะช่วยให้เราวางแผนได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพมากขึ้นค่ะ ผู้เชี่ยวชาญไม่เพียงแต่จะให้คำแนะนำในการเลือกสินทรัพย์ที่เหมาะสมกับเป้าหมายและความเสี่ยงที่เรายอมรับได้เท่านั้น แต่ยังสามารถช่วยเราวางแผนภาษีได้อย่างชาญฉลาด เพื่อให้เราได้รับผลตอบแทนสุทธิอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย และหลีกเลี่ยงปัญหาทางภาษีในอนาคตด้วยค่ะ อย่าคิดว่าการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเป็นการสิ้นเปลืองนะคะ แต่เป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากๆ เพื่ออนาคตทางการเงินที่ดีของเราค่ะ ฉันเองก็ได้คำแนะนำดีๆ จากผู้เชี่ยวชาญมาปรับใช้กับพอร์ตของตัวเองอยู่เสมอ ซึ่งช่วยให้ฉันมั่นใจในการตัดสินใจลงทุนมากขึ้นเยอะเลยค่ะ

Advertisement

บทสรุปของเรื่องราว

เป็นยังไงกันบ้างคะเพื่อนๆ หวังว่าเรื่องราวและเคล็ดลับที่ฉันนำมาฝากในวันนี้ จะช่วยจุดประกายและเปิดโลกการลงทุนทางเลือกให้กับทุกคนไม่มากก็น้อยนะคะ ฉันเชื่อเสมอว่าการที่เรามีความรู้และเข้าใจในสิ่งที่ลงทุนอย่างถ่องแท้ จะช่วยให้เราก้าวเดินไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงและสร้างความมั่งคั่งให้พอร์ตของเราได้อย่างยั่งยืนค่ะ อย่าเพิ่งท้อใจหากเจอความท้าทาย เพราะนั่นคือส่วนหนึ่งของการเติบโตในเส้นทางการลงทุน สิ่งสำคัญคือการเรียนรู้จากประสบการณ์และปรับปรุงอยู่เสมอค่ะ

จากใจจริงของฉัน การลงทุนไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขหรือผลกำไรเท่านั้น แต่มันคือการสร้างโอกาสให้กับตัวเอง การเปิดรับสิ่งใหม่ๆ และการพัฒนาตัวเองให้เป็นนักลงทุนที่มีคุณภาพค่ะ ขอให้ทุกคนสนุกกับการค้นหาเส้นทางการลงทุนที่เป็นของตัวเอง และประสบความสำเร็จตามที่ตั้งใจไว้นะคะ!

알아두면 쓸모 있는 정보

1.

เริ่มต้นจากความเข้าใจพื้นฐาน

ก่อนจะตัดสินใจลงทุนในสินทรัพย์ใดๆ ไม่ว่าจะเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล อสังหาริมทรัพย์ หรือกองทุน ESG ควรศึกษาข้อมูลเบื้องลึก ความเสี่ยง ผลตอบแทนที่คาดหวัง และแนวโน้มของตลาดอย่างละเอียดนะคะ อย่าเพิ่งลงทุนตามกระแสเด็ดขาดค่ะ

2.

กระจายความเสี่ยงให้เหมาะสม

การมีพอร์ตการลงทุนที่หลากหลาย ไม่ได้จำกัดอยู่แค่สินทรัพย์ประเภทใดประเภทหนึ่ง หรือตลาดใดตลาดหนึ่ง จะช่วยลดความผันผวนและเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวค่ะ อย่าลืมพิจารณาการลงทุนในต่างประเทศเพื่อเปิดรับโอกาสใหม่ๆ ด้วยนะคะ

3.

วางแผนภาษีอย่างชาญฉลาด

กฎหมายภาษีมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ โดยเฉพาะเงินได้จากต่างประเทศที่เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2567 การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีจะช่วยให้คุณวางแผนได้อย่างถูกต้อง ประหยัดภาษีได้เต็มที่ และหลีกเลี่ยงปัญหาที่ไม่คาดคิดในอนาคตค่ะ

4.

เรียนรู้และปรับตัวอยู่เสมอ

โลกของการลงทุนไม่เคยหยุดนิ่ง มีนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลา การอ่านหนังสือ ติดตามข่าวสาร เข้าร่วมสัมมนา หรือพูดคุยแลกเปลี่ยนกับนักลงทุนคนอื่นๆ จะช่วยให้คุณไม่พลาดโอกาสและสามารถปรับกลยุทธ์ให้เข้ากับสถานการณ์ได้ทันท่วงทีค่ะ

5.

ประเมินความเสี่ยงที่รับได้ของตัวเอง

ก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง ควรพิจารณาความสามารถในการรับความเสี่ยงของตัวเองให้ดี ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนระยะสั้นหรือระยะยาว เพื่อให้การลงทุนของคุณเป็นไปอย่างสบายใจ และไม่กดดันตัวเองมากเกินไปค่ะ

Advertisement

สำคัญที่ต้องจำ

หัวใจสำคัญของการลงทุนทางเลือกเพื่อสร้างความมั่งคั่งอย่างยั่งยืน คือการเริ่มต้นด้วยความรู้ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ในสินทรัพย์ที่เราจะลงทุน และไม่หยุดที่จะเรียนรู้เพื่อปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของตลาดและกฎหมายอยู่เสมอค่ะ ที่สำคัญคือการวางแผนภาษีที่รอบคอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกฎหมายใหม่ปี 2567 ที่มีผลกระทบต่อเงินได้จากต่างประเทศ และการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเมื่อต้องการคำแนะนำที่แม่นยำ จะช่วยให้พอร์ตของคุณแข็งแกร่งและสร้างกระแสเงินสดได้อย่างมั่นคง การมีรายได้หลายทางจากพอร์ตลงทุนทางเลือก ไม่ได้เป็นแค่ความฝันอีกต่อไปแล้วนะคะ หากเราลงมือทำอย่างตั้งใจและมีกลยุทธ์ที่ดี มั่นใจได้เลยว่าอนาคตทางการเงินที่ดีอยู่แค่เอื้อมค่ะ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) 📖

ถาม: เพื่อนๆ คะ ช่วงนี้ได้ยินเรื่อง “การลงทุนทางเลือก” บ่อยมากเลยค่ะ อยากรู้ว่าตอนนี้มีตัวไหนน่าสนใจเป็นพิเศษ แล้วที่สำคัญคือช่วยลดหย่อนภาษีได้ด้วย มีอะไรบ้างคะ

ตอบ: อู้หูววว… คำถามนี้โดนใจฉันมากเลยค่ะเพื่อนๆ! เพราะนี่คือหัวใจของการสร้างความมั่งคั่งในยุคนี้เลยนะ จากประสบการณ์ที่ฉันได้คลุกคลีมาพักใหญ่ ตอนนี้ที่ฮอตฮิตติดลมบนและช่วยเรื่องลดหย่อนภาษีได้แบบเน้นๆ ก็ต้องยกให้ “กองทุน Thai ESG” หรือ “Thai ESGX” เลยค่ะ อันนี้รัฐบาลออกมาสนับสนุนเต็มที่ ให้สิทธิลดหย่อนภาษีแบบจัดเต็มถึง 30% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปีเลยนะ เป็นโอกาสทองที่เราไม่ควรพลาดจริงๆ ค่ะ นอกจากนี้ การลงทุนใน “อสังหาริมทรัพย์” ในบางทำเลที่กำลังฟื้นตัวก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจมากๆ เลยค่ะ ถ้าเราศึกษาดีๆ ก็อาจได้ผลตอบแทนที่ดีงาม แถมยังมีโอกาสสร้างกระแสเงินสดให้เราได้ด้วยนะ ส่วน “สินทรัพย์ดิจิทัล” บางประเภทก็เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้นค่ะ ถึงแม้ว่าจะยังไม่มีเรื่องลดหย่อนภาษีโดยตรง แต่ก็เป็นโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่สูง ถ้าเรารับความเสี่ยงได้และมีความรู้ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ค่ะ สรุปคือ Thai ESGx มาวินเรื่องภาษี ส่วนอสังหาฯ และสินทรัพย์ดิจิทัลก็เป็นตัวช่วยเพิ่มสีสันให้พอร์ตเราได้อย่างดีเลยล่ะค่ะ

ถาม: ได้ข่าวมาว่ามีกฎหมายภาษีใหม่เรื่องรายได้จากต่างประเทศที่เริ่มใช้ตั้งแต่ปี 2567 อยากรู้ว่ามันกระทบกับนักลงทุนแบบเรายังไงบ้างคะ แล้วเราจะวางแผนรับมือยังไงดีให้เสียภาษีน้อยลง

ตอบ: โห! คำถามนี้แสดงว่าเพื่อนๆ เป็นนักลงทุนที่ทันโลกมากๆ เลยค่ะ! เรื่องภาษีใหม่ปี 2567 ที่เกี่ยวกับรายได้จากต่างประเทศนี่เป็นเรื่องใหญ่ที่เราต้องใส่ใจจริงๆ นะคะ จากที่ฉันได้ศึกษาและพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญมา กฎหมายใหม่นี้หมายความว่า ถ้าเรามีรายได้จากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเงินปันผล ดอกเบี้ย หรือกำไรจากการขายหุ้นต่างประเทศ แล้วนำเงินนั้นกลับเข้ามาในประเทศไทยในปีภาษีเดียวกัน ก็อาจจะต้องเสียภาษีในประเทศไทยด้วยค่ะ ซึ่งนี่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญเลยนะ เพราะเมื่อก่อนถ้าไม่ได้นำกลับเข้ามาในประเทศไทยในปีที่ได้รับ ก็จะไม่ต้องเสียภาษี ทีนี้ผลกระทบโดยตรงก็คือ ถ้าพอร์ตเรามีหุ้นต่างประเทศ หรือกองทุนที่ไปลงทุนในต่างประเทศเยอะๆ เราต้องเริ่มทบทวนแล้วล่ะค่ะว่าจะจัดการยังไงดี!
สำหรับการวางแผนรับมือ ฉันแนะนำให้ลองพิจารณากองทุนต่างประเทศบางประเภทที่ผู้จัดการกองทุนมีการบริหารจัดการเรื่องภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ หรืออาจจะต้องปรับโครงสร้างพอร์ตของเราใหม่ โดยอาจจะปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีเพื่อดูว่ามีช่องทางไหนที่จะช่วยลดภาระภาษีได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายบ้าง เพราะถ้าเราวางแผนดีๆ ก็ยังสามารถรักษาผลตอบแทนที่แท้จริงเอาไว้ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยเลยนะคะ อย่าเพิ่งท้อนะ!

ถาม: นอกจากการลงทุนใน RMF หรือ SSF แบบเดิมๆ แล้ว มีเทคนิคหรือ “เคล็ดลับฉบับกูรู” อะไรอีกบ้างคะ ที่ช่วยให้เราประหยัดภาษีกับการลงทุนได้แบบไม่ธรรมดาเลย

ตอบ: เยี่ยมเลยค่ะเพื่อนๆ! คำถามนี้แหละที่ฉันอยากจะแชร์ประสบการณ์ให้ฟังเลย เพราะหลายคนติดภาพว่าการลดหย่อนภาษีกับการลงทุนมีแค่ RMF กับ SSF ใช่ไหมล่ะคะ? แต่จริงๆ แล้วมันมี “เคล็ดลับ” ที่กูรูเค้าใช้กันเพียบเลยนะ!
อย่างแรกเลยคือ “การจัดพอร์ตให้เหมาะสมกับช่วงชีวิต” ของเราค่ะ ถ้าเรายังอายุไม่มากและรับความเสี่ยงได้สูง อาจจะเน้นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงแล้วค่อยไปวางแผนภาษีปลายทาง แต่ถ้าใกล้เกษียณแล้ว ก็ต้องเน้นความมั่นคงมากขึ้นและใช้สิทธิลดหย่อนให้เต็มที่ สิ่งสำคัญคือต้อง “ศึกษาผลิตภัณฑ์การลงทุนที่มีสิทธิประโยชน์ทางภาษีอื่นๆ” ให้ละเอียด ไม่ใช่แค่ Thai ESGx เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการลงทุนในธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) บางประเภทที่อาจมีมาตรการส่งเสริมจากภาครัฐ หรือแม้แต่การบริจาคเพื่อการกุศลที่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ด้วยค่ะ และที่สำคัญมากๆ ที่ฉันอยากจะย้ำคือ “การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ” ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นนักวางแผนการเงินหรือที่ปรึกษาด้านภาษี เพราะเค้าจะสามารถช่วยเราวิเคราะห์สถานการณ์ส่วนตัวและแนะนำกลยุทธ์ที่เหมาะสมที่สุดให้เราได้ ซึ่งบางทีเราเองอาจจะมองข้ามไปก็ได้นะคะ การลงทุนและการวางแผนภาษีเป็นเรื่องที่ต้องเรียนรู้ตลอดเวลาค่ะ!
อย่าหยุดที่จะหาความรู้ใหม่ๆ นะคะเพื่อนๆ!

📚 อ้างอิง