ลงทุน SME ในพอร์ตทางเลือก: โอกาสทองที่นักลงทุนไทยต้องคว้า

webmaster

대체투자 포트폴리오에서의 중소기업 투자 - "A vibrant, bustling street market scene in a modern Thai city, filled with diverse small and medium...

สวัสดีค่ะ เพื่อนๆ นักลงทุนสายลุยทุกคน! ช่วงนี้ใครกำลังมองหาลู่ทางใหม่ๆ ในการสร้างพอร์ตลงทุนให้ปังกว่าเดิมบ้างคะ? เราเชื่อว่าหลายคนคงจะเริ่มรู้สึกว่าการลงทุนแบบเดิมๆ อาจจะให้ผลตอบแทนไม่ทันใจเหมือนเมื่อก่อนใช่ไหมล่ะคะ?

เศรษฐกิจโลกที่ผันผวนบวกกับอัตราดอกเบี้ยที่ยังไม่แน่นอน ทำให้เราต้องฉุกคิดแล้วว่า “มีอะไรที่น่าสนใจกว่านี้อีกไหมนะ?” ในฐานะคนที่เป็นนักลงทุนตัวจริงเสียงจริง บอกเลยว่าการค้นหา “ทางเลือกใหม่” เป็นเรื่องที่สนุกและท้าทายมากๆ เลยค่ะ และหนึ่งในนั้นที่กำลังมาแรงแซงโค้งในบ้านเราตอนนี้ ก็คือการลงทุนในธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) นั่นเองค่ะ ที่ไม่ใช่แค่เรื่องของผลตอบแทน แต่ยังเป็นเหมือนการได้เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตไปข้างหน้าอีกด้วยนะ!

ช่วงนี้หลายคนคงกำลังมองหาหนทางใหม่ๆ ในการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนดีกว่าเดิมใช่ไหมคะ? ในฐานะนักลงทุนที่มีประสบการณ์ เราสัมผัสได้เลยว่าตลาดหุ้นหรือกองทุนแบบเดิมๆ บางทีก็ไม่อาจตอบโจทย์ความคาดหวังของเราได้เต็มที่เหมือนเมื่อก่อนแล้วค่ะ ยิ่งเศรษฐกิจบ้านเราตอนนี้ก็มีทั้งปัจจัยบวกและลบผสมกันไปหมด ทำให้การตัดสินใจลงทุนยิ่งต้องรอบคอบขึ้นไปอีกขั้น แต่รู้ไหมคะว่ายังมีขุมทรัพย์ที่หลายคนอาจมองข้าม นั่นก็คือ การลงทุนในธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือที่เรียกกันว่า SME นั่นเองค่ะ ธุรกิจกลุ่มนี้เป็นหัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยมาโดยตลอด และยังเป็นแหล่งสร้างงานให้กับคนไทยนับล้านปี 2568 นี้ รัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ เช่น กระทรวงพาณิชย์ และ BOI ก็กำลังเร่งผลักดันและสนับสนุน SME อย่างเต็มที่ ทั้งการทลายทุนผูกขาด, ใช้ FTA เป็นเครื่องมือ, และเสริมศักยภาพด้วยเงินทุนและนวัตกรรม รวมถึงการส่งเสริมให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำและเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจสีเขียวด้วย นี่เป็นสัญญาณที่ดีมากๆ ที่บอกว่า SME กำลังมีโอกาสเติบโตแบบก้าวกระโดดเลยค่ะ การลงทุนใน SME จึงไม่ใช่แค่เรื่องของผลตอบแทนส่วนตัว แต่ยังเป็นการสนับสนุนให้เศรษฐกิจฐานรากของประเทศแข็งแกร่งขึ้นอีกด้วยนะ!

ถ้าอยากรู้ว่าเราจะคว้าโอกาสทองนี้ได้อย่างไร และมีอะไรที่น่าสนใจเกี่ยวกับการลงทุนใน SME อีกบ้าง ต้องอ่านต่อเลยค่ะ! รับรองว่ามีข้อมูลดีๆ ที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจลงทุนได้อย่างมั่นใจแน่นอนค่ะ!

เรามาทำความรู้จักกับการลงทุนทางเลือกใน SME ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นในบทความนี้กันดีกว่าค่ะ

ทำไมการลงทุนใน SME ไทย ถึงน่าสนใจกว่าที่เคย?

대체투자 포트폴리오에서의 중소기업 투자 - "A vibrant, bustling street market scene in a modern Thai city, filled with diverse small and medium...

SME คือหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจไทย

เพื่อนๆ นักลงทุนคะ ในฐานะที่ฉันเองก็คลุกคลีอยู่ในวงการนี้มานานพอสมควร บอกเลยว่าช่วงหลังๆ มานี้กระแสการลงทุนในธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ของไทยเราคึกคักเป็นพิเศษจริงๆ ค่ะ หลายคนอาจจะมองว่า SME เป็นธุรกิจเล็กๆ ไม่น่าสนใจเท่าบริษัทใหญ่ๆ ในตลาดหลักทรัพย์ แต่จากการที่ฉันได้ศึกษาและสัมผัสมาด้วยตัวเอง ฉันเห็นเลยว่า SME เหล่านี้แหละคือ “กลไกสำคัญ” ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศเรามาโดยตลอด ไม่ว่าเศรษฐกิจจะผันผวนแค่ไหน พวกเขาก็ยังคงยืนหยัด สร้างงาน สร้างรายได้ให้กับคนไทยนับล้านคนทั่วประเทศ ยิ่งไปกว่านั้น SME ยังมีความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ทำให้พวกเขามีโอกาสเติบโตแบบก้าวกระโดดได้ตลอดเวลา ฉันเคยได้ยินเรื่องราวของ SME เล็กๆ ที่เติบโตจนกลายเป็นธุรกิจขนาดใหญ่มาไม่น้อย และนี่คือสิ่งที่ทำให้ฉันเชื่อมั่นในการลงทุนกับพวกเขาเสมอ เพราะเราไม่ได้แค่หวังผลตอบแทน แต่เรากำลังลงทุนในอนาคตของประเทศเราไปด้วยกันเลยนะ

แรงหนุนจากภาครัฐที่มาถูกที่ถูกเวลา

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้ SME ไทยน่าจับตามองเป็นพิเศษในตอนนี้ คือการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องค่ะ อย่างที่เห็นกันชัดๆ ในปี 2568 นี้ รัฐบาลและ BOI รวมถึงกระทรวงพาณิชย์ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ มีการออกมาตรการและนโยบายหลายอย่างที่ช่วยเสริมศักยภาพให้กับ SME อย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นการทลายทุนผูกขาด เพื่อเปิดโอกาสให้คนตัวเล็กได้มีพื้นที่มากขึ้น, การใช้ FTA เป็นเครื่องมือเพิ่มแต้มต่อทางการค้า, การจัดระเบียบสินค้านำเข้า หรือแม้แต่การสนับสนุนให้ SME เข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำและเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจสีเขียว นี่ไม่ใช่แค่ลมปากนะคะ แต่เป็นรูปธรรมที่ฉันเห็นว่ามันกำลังเกิดขึ้นจริงและสร้างความเปลี่ยนแปลงให้ SME มีช่องทางในการเติบโตและแข่งขันในตลาดโลกได้มากขึ้นมากๆ เลยค่ะ การได้เห็นภาครัฐให้ความสำคัญแบบนี้ มันช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับนักลงทุนอย่างเราได้เยอะเลยนะ ว่าเงินที่เราลงไปจะได้รับการดูแลและมีโอกาสงอกเงยที่ดีค่ะ

ช่องทางและกลยุทธ์การลงทุน SME ที่นักลงทุนต้องรู้

แพลตฟอร์ม Crowdfunding ทางเลือกใหม่ของนักลงทุน

สมัยก่อนถ้าเราอยากลงทุนใน SME ก็คงต้องรู้จักเจ้าของ หรือไม่ก็เป็นนักลงทุนรายใหญ่ๆ ที่มีเครือข่ายเนอะ แต่สมัยนี้โลกมันเปลี่ยนไปแล้วค่ะ! เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาพลิกโฉมการลงทุนไปเยอะมาก หนึ่งในนั้นก็คือ “แพลตฟอร์ม Crowdfunding” หรือการระดมทุนจากคนหมู่มากนี่แหละค่ะ ที่เปิดโอกาสให้นักลงทุนรายย่อยอย่างเราๆ ได้เข้าไปมีส่วนร่วมกับธุรกิจ SME ที่มีศักยภาพ โดยไม่ต้องใช้เงินก้อนใหญ่มากมาย ซึ่งฉันเองก็ได้ลองศึกษาแพลตฟอร์มเหล่านี้มาบ้าง ทั้ง Siam Validus และ Funding Societies ที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต.

แล้วด้วยนะคะ ทำให้เรามั่นใจได้ในระดับหนึ่งเลยว่าการลงทุนของเราจะมีความโปร่งใสและได้รับการกำกับดูแล แพลตฟอร์มเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นตัวกลางที่น่าเชื่อถือในการคัดกรองและนำเสนอโอกาสการลงทุนในรูปแบบต่างๆ เช่น หุ้นกู้ให้กับ SME ทำให้เราเข้าถึงข้อมูลของธุรกิจได้ง่ายขึ้น และตัดสินใจลงทุนได้อย่างชาญฉลาดมากขึ้นค่ะ มันเหมือนเราได้เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนฝันของผู้ประกอบการไทยโดยตรงเลยนะ รู้สึกดีมากๆ เลยค่ะ

รูปแบบการระดมทุน ลักษณะ เหมาะสำหรับนักลงทุนแบบไหน
หุ้นกู้คราวด์ฟันดิง (Crowdfunding Debentures) SME ออกหุ้นกู้เพื่อระดมทุน นักลงทุนได้รับผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย ผู้ที่ต้องการผลตอบแทนคงที่ คล้ายการลงทุนในตราสารหนี้ แต่มีความเสี่ยงสูงกว่าเล็กน้อย
สินเชื่อดิจิทัล (Digital Lending) SME กู้ยืมเงินผ่านแพลตฟอร์ม นักลงทุนเป็นผู้ให้สินเชื่อและได้รับดอกเบี้ย ผู้ที่ต้องการกระจายความเสี่ยงในสินเชื่อธุรกิจ และรับความเสี่ยงได้ในระดับหนึ่ง
การลงทุนในหุ้น (Equity Crowdfunding) นักลงทุนซื้อหุ้นของ SME เป็นเจ้าของกิจการร่วมกัน มีสิทธิ์ได้รับเงินปันผลและส่วนต่างราคาหุ้น ผู้ที่รับความเสี่ยงได้สูง คาดหวังผลตอบแทนจากการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว
Invoice Financing SME ขายลูกหนี้การค้า (Invoice) ให้นักลงทุน เพื่อรับเงินสดล่วงหน้า ผู้ที่ต้องการลงทุนระยะสั้น มีสภาพคล่อง และเข้าใจธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับลูกหนี้การค้า
Advertisement

การวิเคราะห์และคัดเลือก SME ที่มีศักยภาพ

ถึงแม้ว่าการลงทุนใน SME จะมีเสน่ห์ตรงที่ผลตอบแทนอาจสูงและมีโอกาสเติบโตเร็ว แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะลงทุนตามใจชอบได้ทุกธุรกิจนะคะ จากประสบการณ์ตรงของฉันเอง การคัดเลือก SME ที่มีศักยภาพต้องอาศัยการวิเคราะห์อย่างรอบคอบค่ะ สิ่งแรกที่ฉันจะดูเลยคือ “โมเดลธุรกิจ” ว่ามีความชัดเจนแค่ไหน มีจุดเด่นอะไรที่แตกต่างจากคู่แข่งบ้าง และมีแผนการเติบโตในอนาคตที่จับต้องได้จริงหรือไม่ นอกจากนี้ “ทีมผู้บริหาร” ก็สำคัญมากๆ ค่ะ ฉันจะมองหาผู้ประกอบการที่มีความมุ่งมั่น มีวิสัยทัศน์ และที่สำคัญคือมีประสบการณ์ในธุรกิจนั้นๆ เพราะคนเหล่านี้แหละที่จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจให้ก้าวไปข้างหน้าได้จริงๆ ฉันเคยเจอเคสที่โมเดลธุรกิจดูดีมาก แต่ทีมผู้บริหารขาดประสบการณ์ ทำให้ธุรกิจสะดุดได้ง่ายๆ เลยล่ะค่ะ และอีกอย่างที่ขาดไม่ได้คือ “การวิเคราะห์งบการเงินและกระแสเงินสด” ค่ะ แม้จะเป็น SME แต่การมีระบบบัญชีที่ดีและมีสภาพคล่องทางการเงินที่แข็งแกร่ง ก็เป็นสัญญาณที่ดีที่บอกว่าธุรกิจนั้นมีพื้นฐานที่มั่นคงและพร้อมสำหรับการเติบโตในอนาคตค่ะ

ผลตอบแทนที่มากกว่าแค่ตัวเลข: ประสบการณ์ตรงจากการลงทุน

ได้เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนประเทศ

ตอนที่ฉันเริ่มลงทุนใน SME ใหม่ๆ เป้าหมายหลักก็คือผลตอบแทนเป็นตัวเงินนั่นแหละค่ะ ใครๆ ก็อยากได้กำไรจากการลงทุนใช่ไหมคะ? แต่พอได้ลองสัมผัสกับการลงทุนใน SME มาสักพัก ฉันกลับพบว่ามันให้อะไรที่มากกว่าแค่ตัวเลขในบัญชีธนาคารเยอะเลยค่ะ ความรู้สึกแรกที่ฉันสัมผัสได้คือการได้เป็น “ส่วนหนึ่ง” ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศจริงๆ ค่ะ เรากำลังลงทุนในธุรกิจที่อาจจะสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ สร้างงานให้กับคนในท้องถิ่น หรือแม้แต่ผลิตสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในวงกว้าง เวลาที่ฉันเห็น SME ที่ฉันลงทุนไปเติบโต ประสบความสำเร็จ หรือแม้แต่ได้ยินข่าวดีเล็กๆ น้อยๆ จากพวกเขา ฉันจะรู้สึกภูมิใจและดีใจไปด้วยมากๆ เลยค่ะ มันเหมือนเราได้ลงแรงและใจไปกับพวกเขาจริงๆ ไม่ใช่แค่เอาเงินไปกองไว้เฉยๆ แล้วรอรับปันผล มันคือความรู้สึกของการเป็น “ผู้สร้าง” ร่วมกันค่ะ นี่คือความสุขที่เงินอย่างเดียวซื้อไม่ได้จริงๆ นะคะ

เรียนรู้และเติบโตไปพร้อมกับผู้ประกอบการ

อีกหนึ่งสิ่งที่ฉันได้รับจากการลงทุนใน SME ก็คือ “โอกาสในการเรียนรู้” ที่ไม่เหมือนใครเลยค่ะ ฉันได้มีโอกาสพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้ประกอบการโดยตรง ได้ฟังเรื่องราวเบื้องหลังความสำเร็จ ความท้าทายที่พวกเขาต้องเผชิญ และวิธีการที่พวกเขาฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ มาได้ บางครั้งฉันก็ได้นำความรู้และประสบการณ์ของตัวเองไปช่วยให้คำแนะนำเล็กๆ น้อยๆ แก่พวกเขาด้วย ซึ่งมันทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าและได้ใช้ความรู้ที่สะสมมาให้เกิดประโยชน์สูงสุด การได้เห็นธุรกิจเล็กๆ ค่อยๆ เติบโตจากไอเดียตั้งต้นจนกลายเป็นรูปเป็นร่าง มันเป็นแรงบันดาลใจที่ดีมากๆ เลยค่ะ ยิ่งไปกว่านั้น การได้เรียนรู้จากหลากหลายอุตสาหกรรม หลากหลายมุมมอง ทำให้ฉันเองก็ได้พัฒนาทักษะและความเข้าใจในการลงทุนของตัวเองให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นด้วยค่ะ มันเป็นการลงทุนที่เติบโตไปพร้อมๆ กันทั้งนักลงทุนและผู้ประกอบการจริงๆ ค่ะ

เจาะลึกเทรนด์ SME ดาวรุ่ง ปี 2568: โอกาสที่คุณไม่ควรพลาด

Advertisement

ธุรกิจรักษ์โลกและพลังงานสะอาดมาแรง

ถ้าพูดถึงเทรนด์ธุรกิจที่มาแรงแซงโค้งในปี 2568 นี้ ฉันเชื่อว่า “ธุรกิจรักษ์โลก” และ “พลังงานสะอาด” ต้องเป็นอันดับต้นๆ เลยค่ะ เป็นที่รู้กันดีว่าโลกของเรากำลังเผชิญกับปัญหาสิ่งแวดล้อมและภาวะโลกร้อน การหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมไม่ได้เป็นแค่กระแสอีกต่อไป แต่มันคือ “ความจำเป็น” ค่ะ รัฐบาลทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยเองก็ให้ความสำคัญกับการผลักดันนโยบายเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) และ BCG (Bio-Circular-Green Economy) อย่างจริงจัง ทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการผลิตพลังงานหมุนเวียน เช่น โซลาร์เซลล์ รถยนต์ไฟฟ้า หรือผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ มีโอกาสเติบโตสูงมากค่ะ รวมถึงบริการที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อม หรือธุรกิจที่นำวัสดุเหลือใช้มาสร้างมูลค่าเพิ่ม ก็เป็นที่น่าจับตาไม่แพ้กันเลยนะ จากที่ฉันได้เห็นมา ผู้บริโภคยุคใหม่ก็พร้อมที่จะจ่ายเงินเพิ่มขึ้นเพื่อสนับสนุนผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นเรื่อยๆ นี่คือโอกาสทองสำหรับ SME ที่จะสร้างความแตกต่างและเติบโตอย่างยั่งยืนค่ะ

ดิจิทัลและเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกธุรกิจ

ยุคดิจิทัลเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเราอย่างแยกไม่ออกจริงๆ ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิต การทำงาน หรือแม้แต่การจับจ่ายใช้สอย ทำให้ “ธุรกิจดิจิทัลและเทคโนโลยี” กลายเป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่ร้อนแรงสุดๆ ในปีนี้เลยก็ว่าได้ค่ะ ตั้งแต่การพัฒนาแอปพลิเคชัน บริการคลาวด์ การจัดการข้อมูล (Big Data) ไปจนถึง Cyber Security ล้วนเป็นสิ่งที่องค์กรและผู้บริโภคต้องการอย่างมากค่ะ ฉันเคยได้ยินผู้ประกอบการหลายคนบ่นว่าอยากจะปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัล แต่ก็ยังไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร นี่แหละค่ะคือช่องทางที่ SME ที่เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีจะเข้ามาเติมเต็มได้ การใช้ AI และระบบอัตโนมัติก็เป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ได้อย่างก้าวกระโดด ฉันเชื่อว่า SME ที่เข้าใจและนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ได้อย่างชาญฉลาด จะเป็นผู้ชนะในยุคนี้แน่นอนค่ะ การลงทุนในกลุ่มนี้จึงเป็นการลงทุนในอนาคตที่ไม่ควรมองข้ามเลยจริงๆ

เทรนด์ไลฟ์สไตล์และบริการเฉพาะทาง

นอกจากเทคโนโลยีแล้ว ธุรกิจที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และความต้องการเฉพาะทางก็ยังคงเป็นดาวเด่นเสมอค่ะ โดยเฉพาะ “ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยง” หรือ Pet Parent Economy ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะคนยุคใหม่มองสัตว์เลี้ยงเป็นเหมือนสมาชิกในครอบครัวพร้อมทุ่มเททั้งเวลาและเงินให้ (ฉันเองก็เป็นหนึ่งในนั้น!) ไม่ว่าจะเป็นอาหารสัตว์คุณภาพสูง บริการดูแลสัตว์เลี้ยง หรือแม้แต่คาเฟ่ที่ Pet-Friendly ก็ได้รับความนิยมอย่างมากค่ะ นอกจากนี้ “ธุรกิจเพื่อผู้สูงอายุ” ก็เป็นอีกตลาดที่มีศักยภาพสูงมาก เนื่องจากประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มตัว บริการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม อุปกรณ์ดิจิทัลเพื่อสุขภาพ หรือแม้แต่ที่พักอาศัยที่เหมาะกับผู้สูงอายุ ล้วนเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยค่ะ และที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ “ธุรกิจสายมูเตลู” ที่ยังคงมีอิทธิพลในสังคมไทย การทำธุรกิจเกี่ยวกับวัตถุมงคล หรือการให้คำปรึกษาด้านดวงชะตาก็ยังคงเติบโตอย่างเงียบๆ แต่มั่นคง ฉันว่าการลงทุนในธุรกิจที่เข้าใจและตอบสนองความต้องการเฉพาะกลุ่มเหล่านี้ได้ดี มีแต่จะยิ่งไปได้ไกลค่ะ

ความเสี่ยงที่ต้องรู้และวิธีบริหารจัดการอย่างชาญฉลาด

대체투자 포트폴리오에서의 중소기업 투자 - "A dynamic, collaborative meeting taking place in a contemporary office setting in Thailand. A diver...

ความท้าทายด้านสภาพคล่องและการประเมินมูลค่า

แน่นอนว่าการลงทุนทุกรูปแบบย่อมมีความเสี่ยงเสมอค่ะ การลงทุนใน SME ก็เช่นกัน แม้จะมีโอกาสได้ผลตอบแทนสูง แต่ก็มีความเสี่ยงเฉพาะตัวที่เราต้องทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ จากประสบการณ์ของฉัน ความเสี่ยงหลักๆ ที่มักจะเจอใน SME คือ “ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง” ค่ะ ต่างจากหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ที่ซื้อขายง่าย ธุรกิจ SME มักจะไม่ได้มีตลาดรองที่ชัดเจน ทำให้การจะขายคืนหน่วยลงทุนหรือหุ้นที่เราถืออยู่ทำได้ยากกว่า หรือต้องใช้เวลานานกว่าที่เราคาดไว้ ยิ่งถ้าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่ทำให้เราจำเป็นต้องใช้เงินด่วน ก็อาจจะกลายเป็นปัญหาได้เลยนะคะ นอกจากนี้ “การประเมินมูลค่า” ของ SME ก็เป็นเรื่องที่ท้าทายไม่แพ้กันค่ะ เพราะข้อมูลอาจจะไม่ได้เปิดเผยหรือเข้าถึงได้ง่ายเหมือนบริษัทขนาดใหญ่ ทำให้การตัดสินใจลงทุนต้องอาศัยวิจารณญาณและความเข้าใจในธุรกิจนั้นๆ เป็นพิเศษ ฉันเองก็เคยพลาดมาบ้างกับการประเมินธุรกิจที่ดูดีแต่กลับมีมูลค่าที่แท้จริงไม่สูงอย่างที่คิดไว้ ดังนั้น การทำการบ้านอย่างหนักก่อนตัดสินใจลงทุนจึงเป็นสิ่งสำคัญมากๆ ค่ะ

กระจายความเสี่ยง สร้างภูมิคุ้มกันให้พอร์ต

เมื่อรู้ถึงความเสี่ยงแล้ว สิ่งสำคัญที่เราต้องทำคือ “การบริหารจัดการความเสี่ยง” ค่ะ หลักการพื้นฐานที่ฉันใช้มาตลอดและได้ผลดีเสมอคือ “การกระจายความเสี่ยง” ค่ะ แทนที่จะเอาเงินทั้งหมดไปลงกับ SME แค่แห่งเดียว หรือในอุตสาหกรรมเดียว ฉันจะพยายามแบ่งเงินลงทุนออกเป็นหลายๆ ส่วน ไปลงทุนใน SME ที่มีความหลากหลายทั้งในแง่ของประเภทธุรกิจ ขนาด หรือแม้แต่พื้นที่ตั้ง การกระจายความเสี่ยงแบบนี้จะช่วยลดผลกระทบหากมีธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งประสบปัญหาได้ค่ะ เคยมีครั้งหนึ่งที่ฉันลงทุนใน SME กลุ่มท่องเที่ยว แล้วเจอผลกระทบจากการระบาดของโรคระบาด แต่โชคดีที่ฉันได้กระจายการลงทุนไปในธุรกิจด้านเทคโนโลยีและอาหารด้วย ทำให้พอร์ตลงทุนโดยรวมยังคงแข็งแกร่งและไม่ได้เสียหายมากนัก นี่คือบทเรียนสำคัญที่ทำให้ฉันเชื่อมั่นในพลังของการกระจายความเสี่ยงเสมอค่ะ นอกจากนี้ การมีเงินสำรองฉุกเฉินและการไม่นำเงินที่จำเป็นต้องใช้ในระยะสั้นมาลงทุน ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเลยนะคะ

ภาครัฐมีดีอะไร: แหล่งเงินทุนและมาตรการสนับสนุน SME

สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำและกองทุนพิเศษ

หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนอย่างเราอุ่นใจกับการลงทุนใน SME มากขึ้นก็คือ การที่ภาครัฐเข้ามาเป็นพี่เลี้ยงและสนับสนุนแหล่งเงินทุนต่างๆ ค่ะ โดยเฉพาะ “สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ” จากธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) หรือธนาคารออมสิน ที่ออกมาเพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องและเป็นทุนหมุนเวียนให้กับผู้ประกอบการ ซึ่งดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าตลาดมาก ทำให้ SME มีโอกาสในการเข้าถึงเงินทุนได้ง่ายขึ้นและลดภาระทางการเงินไปได้เยอะเลยค่ะ ฉันเคยคุยกับเจ้าของ SME หลายคนที่บอกว่าโครงการเหล่านี้ช่วยให้ธุรกิจของพวกเขายืนหยัดและเติบโตต่อไปได้ในช่วงที่ยากลำบาก นี่ไม่ใช่แค่การให้เงิน แต่เป็นการ “สร้างโอกาส” ให้กับ SME ได้หายใจและเดินหน้าต่อได้จริงๆ ค่ะ นอกจากนี้ยังมีกองทุนพิเศษต่างๆ ที่ออกมาเพื่อสนับสนุน SME ในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย หรือ SME ที่ต้องการปรับเปลี่ยนสู่ธุรกิจสีเขียวด้วยนะ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีที่บอกว่าภาครัฐเห็นความสำคัญของ SME อย่างแท้จริง

สิทธิประโยชน์และนโยบายจาก BOI และกระทรวงพาณิชย์

นอกจากแหล่งเงินทุนแล้ว ภาครัฐยังมี “สิทธิประโยชน์และนโยบาย” อีกมากมายที่ช่วยยกระดับ SME ให้สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลกค่ะ อย่าง BOI หรือคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ก็มีมาตรการชุดใหญ่ที่มุ่งเน้นการเสริมศักยภาพของผู้ประกอบการไทย เพื่อรองรับโลกยุคใหม่ เช่น การส่งเสริมให้ SME ปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน หรือการสนับสนุนให้เกิดการร่วมทุนระหว่างผู้ประกอบการไทยกับต่างชาติ เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ส่วนกระทรวงพาณิชย์ก็มีนโยบายผลักดัน SME อย่างจริงจัง โดยเฉพาะการใช้ FTA (Free Trade Agreement) เป็นเครื่องมือสำคัญในการเปิดตลาดและเพิ่มแต้มต่อทางการค้าให้กับสินค้าและบริการของ SME ไทย ซึ่งฉันมองว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเหมือนเกราะป้องกันและเครื่องมือที่จะช่วยให้ SME ของเราแข็งแกร่งขึ้น และมีโอกาสที่จะก้าวไปสู่ตลาดสากลได้ไม่แพ้ธุรกิจขนาดใหญ่เลยค่ะ

โอกาสในตลาดจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (THAI SME-GP)

อีกหนึ่งโอกาสทองที่ SME ไทยไม่ควรมองข้ามคือ “ตลาดจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ” หรือ THAI SME-GP ค่ะ ภาครัฐมีนโยบายที่ชัดเจนในการสนับสนุนให้หน่วยงานต่างๆ จัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการจาก SME ก่อน และยังให้แต้มต่อราคาอีก 10% สำหรับ SME ทั่วไป และสูงสุดถึง 15% สำหรับสินค้า Made in Thailand เลยนะคะ!

จากข้อมูลที่ฉันเห็นมา มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐสำหรับ SME ในแต่ละปีมีจำนวนมหาศาลเลยค่ะ หลักแสนล้านบาทเลยนะ นี่เป็นโอกาสที่สำคัญมากสำหรับ SME ที่จะเข้าถึงตลาดขนาดใหญ่และมีความมั่นคงทางการเงิน การที่ภาครัฐเปิดช่องทางให้ SME ได้มีส่วนร่วมในโครงการต่างๆ ของรัฐบาล ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มยอดขายให้กับ SME เท่านั้น แต่ยังช่วยให้ SME มีประสบการณ์และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจได้อีกด้วยค่ะ ถ้า SME ไหนสามารถคว้าโอกาสนี้ไว้ได้ ฉันเชื่อว่าจะช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืนแน่นอน

Advertisement

สร้างพอร์ตลงทุนให้แกร่งด้วยการผสมผสาน SME

มองหาความหลากหลายในแต่ละอุตสาหกรรม

สำหรับนักลงทุนที่อยากให้พอร์ตแข็งแกร่งและมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว การผสมผสานการลงทุนใน SME เข้าไปในพอร์ตถือเป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจมากๆ ค่ะ จากประสบการณ์ของฉันเอง การไม่ได้จำกัดตัวเองอยู่แค่หุ้นบริษัทใหญ่ๆ แต่เปิดใจลงทุนใน SME ที่หลากหลายในแต่ละอุตสาหกรรม ทำให้พอร์ตของฉันมีความยืดหยุ่นและทนทานต่อความผันผวนของตลาดได้ดีขึ้นมากค่ะ ลองนึกภาพดูนะคะ ถ้าเรามีหุ้นบริษัทใหญ่ที่เป็น Defensive Stock อยู่แล้ว การเพิ่ม SME ที่มีศักยภาพในการเติบโตสูงในอุตสาหกรรมใหม่ๆ เช่น ธุรกิจพลังงานสะอาด เทคโนโลยี AI หรือแม้แต่ธุรกิจบริการเฉพาะทางที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้าง Capital Gain ได้อย่างมหาศาลเลยค่ะ การมองหา SME ที่มีโมเดลธุรกิจแตกต่างกันไป ไม่ได้กระจุกตัวอยู่ใน Sector เดียว จะช่วยให้เราลดความเสี่ยงเฉพาะเจาะจงของอุตสาหกรรมนั้นๆ ได้เป็นอย่างดีค่ะ

บทบาทของ SME ในพอร์ตลงทุนระยะยาว

ฉันมองว่า SME ไม่ได้เป็นแค่การลงทุนระยะสั้นที่หวังผลกำไรเร็วๆ เท่านั้นนะคะ แต่พวกเขาสามารถเป็น “ส่วนเติมเต็ม” ที่สำคัญในพอร์ตลงทุนระยะยาวของเราได้เลยค่ะ ลองคิดดูสิคะ บริษัทใหญ่ๆ ในปัจจุบันหลายแห่งก็ล้วนเริ่มต้นมาจากการเป็น SME เล็กๆ ทั้งนั้น การลงทุนใน SME ตั้งแต่ตอนนี้ก็เหมือนกับการที่เราได้เข้าไปร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางและเป็นเจ้าของธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตเป็น Big Player ในอนาคต การมี SME ที่มีนวัตกรรม มีความยืดหยุ่น และมีศักยภาพในการขยายตัวสูงอยู่ในพอร์ต จะช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่โดดเด่นให้กับเราในระยะยาวได้อย่างแน่นอนค่ะ ยิ่งไปกว่านั้น การลงทุนใน SME ยังเป็นการลงทุนที่ได้ใจ ได้เป็นผู้สนับสนุนผู้ประกอบการไทย ซึ่งสร้างความรู้สึกดีๆ ที่หาไม่ได้จากการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทอื่นๆ เลยค่ะ มันคือการลงทุนที่มีทั้ง “เงิน” และ “ใจ” ไปพร้อมๆ กันค่ะ

บทสรุปส่งท้าย

Advertisement

เพื่อนๆ คะ หวังว่าข้อมูลที่ฉันนำมาฝากวันนี้จะช่วยจุดประกายให้หลายคนมองเห็นโอกาสอันน่าตื่นเต้นในการลงทุนใน SME ไทยนะคะ การลงทุนไม่ได้เป็นแค่เรื่องของตัวเลขผลตอบแทนเท่านั้น แต่ยังเป็นการที่เราได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนเศรษฐกิจและสร้างอนาคตที่ดีให้กับประเทศของเราอีกด้วยค่ะ ฉันเชื่อว่าด้วยความเข้าใจและการวางแผนที่ดี เราทุกคนสามารถสร้างพอร์ตลงทุนที่แข็งแกร่งและเติบโตไปพร้อมกับผู้ประกอบการไทยได้อย่างยั่งยืนค่ะ ขอให้สนุกกับการลงทุนนะคะ!

ข้อมูลน่ารู้เพิ่มเติม

1. ก่อนตัดสินใจลงทุนใน SME ใดๆ อย่าลืมศึกษาข้อมูลของธุรกิจให้รอบด้าน ทั้งโมเดลธุรกิจ งบการเงิน และทีมผู้บริหาร เพื่อให้แน่ใจว่าเราเข้าใจในสิ่งที่เรากำลังจะลงทุนอย่างถ่องแท้ เหมือนตอนที่ฉันเริ่มลงทุนใหม่ๆ ที่ต้องทำการบ้านเยอะมากๆ เลยค่ะ

2. การกระจายความเสี่ยงคือหัวใจสำคัญ! ลองแบ่งเงินลงทุนออกเป็นส่วนๆ และลงทุนใน SME ที่หลากหลายทั้งประเภทธุรกิจและอุตสาหกรรม เพื่อลดความผันผวนและสร้างภูมิคุ้มกันให้กับพอร์ตของเราในระยะยาวนะคะ

3. ภาครัฐเป็นอีกหนึ่งแรงหนุนที่แข็งแกร่งสำหรับ SME ไทย อย่าลืมติดตามข่าวสารเกี่ยวกับมาตรการสนับสนุนต่างๆ เช่น สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือสิทธิประโยชน์จาก BOI ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจลงทุนของเราได้ค่ะ

4. แพลตฟอร์ม Crowdfunding เป็นช่องทางที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนรายย่อยอย่างเราๆ ที่ต้องการเข้าถึงโอกาสการลงทุนใน SME ได้ง่ายขึ้น ลองสำรวจแพลตฟอร์มที่ได้รับใบอนุญาตและมีชื่อเสียง เพื่อหาโอกาสที่เหมาะสมกับสไตล์การลงทุนของเรานะคะ

5. พิจารณาลงทุนใน SME ที่สอดคล้องกับเมกะเทรนด์โลก เช่น ธุรกิจรักษ์โลก พลังงานสะอาด หรือเทคโนโลยี เพราะธุรกิจเหล่านี้มีแนวโน้มการเติบโตสูงและตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในอนาคตได้อย่างยั่งยืนค่ะ เหมือนที่เราเห็นกันอยู่ทุกวันนี้นั่นแหละ

ข้อควรรู้ที่สำคัญ

จากที่เราได้พูดคุยกันมาทั้งหมด ฉันอยากจะย้ำอีกครั้งว่าการลงทุนในธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ของไทยเรานั้น มีเสน่ห์และศักยภาพที่ไม่ควรมองข้ามเลยค่ะ SME เป็นเหมือนฟันเฟืองสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างงาน สร้างรายได้ และมีความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ทำให้พวกเขามีโอกาสเติบโตแบบก้าวกระโดด

อย่างไรก็ตาม ทุกการลงทุนย่อมมีความเสี่ยง การทำความเข้าใจความท้าทายต่างๆ เช่น ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง หรือการประเมินมูลค่า จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง การกระจายความเสี่ยง การวิเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบคอบ และการเลือก SME ที่มีโมเดลธุรกิจชัดเจน มีทีมผู้บริหารที่แข็งแกร่ง จะช่วยให้นักลงทุนอย่างเราสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงได้อย่างชาญฉลาดค่ะ

นอกจากนี้ การสนับสนุนจากภาครัฐ ทั้งในรูปแบบสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ กองทุนพิเศษ สิทธิประโยชน์จาก BOI และโอกาสในตลาดจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ล้วนเป็นปัจจัยที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับ SME และเพิ่มความมั่นใจให้กับนักลงทุนอย่างเราได้เป็นอย่างดีค่ะ อย่าลืมว่าการลงทุนใน SME ไม่ใช่แค่การมองหาผลตอบแทนเป็นตัวเงินเท่านั้น แต่ยังเป็นการที่เราได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์และขับเคลื่อนอนาคตของประเทศไทยไปพร้อมๆ กัน ซึ่งเป็นความสุขและความภาคภูมิใจที่ประเมินค่าไม่ได้เลยค่ะ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) 📖

ถาม: ทำไมการลงทุนใน SME ถึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจกว่าการลงทุนแบบเดิมๆ เช่น หุ้น หรือกองทุนคะ?

ตอบ: โอ้โห คำถามนี้โดนใจนักลงทุนอย่างเรามากๆ เลยค่ะ! จริงๆ แล้วการลงทุนในหุ้นหรือกองทุนก็ยังคงเป็นพื้นฐานที่ดีนะคะ แต่จากประสบการณ์ตรงของฉัน การมองหาโอกาสใหม่ๆ ใน SME ก็เหมือนการค้นพบเพชรเม็ดงามที่ซ่อนอยู่เลยค่ะ!
สิ่งที่ทำให้ SME น่าสนใจกว่ามากๆ คือศักยภาพในการเติบโตที่สูงปรี๊ด เพราะธุรกิจเล็กๆ มักจะมีฐานที่เล็กกว่า ทำให้มีโอกาสในการขยายตัวได้มากกว่าบริษัทใหญ่ๆ ที่อิ่มตัวแล้ว เราจะได้เห็นธุรกิจที่เราลงทุนเติบโตแบบก้าวกระโดดได้ ซึ่งผลตอบแทนก็มีโอกาสจะสูงกว่าด้วยนะคะนอกจากนี้ การลงทุนใน SME ยังเป็นการลงทุนที่ “จับต้องได้” มากกว่าค่ะ เราได้เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้เติบโต เหมือนกับเราได้ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศโดยตรงเลยค่ะ มันไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขผลตอบแทน แต่เป็นความภูมิใจที่เราได้เห็นธุรกิจที่เราเชื่อมั่นประสบความสำเร็จค่ะที่สำคัญตอนนี้รัฐบาลไทยเองก็ให้การสนับสนุน SME อย่างเต็มที่เลยนะคะ อย่างที่เห็นจากข่าวช่วงปี 2568 นี้ ทั้งโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 3% จาก SME D Bank ที่ช่วยเสริมสภาพคล่อง และแผนงานจาก สสว.
ที่ผลักดัน SME สู่ Digital Transformation, Green Transition และ Soft Power นี่เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า SME กำลังได้รับแรงหนุนที่แข็งแกร่ง ทำให้โอกาสประสบความสำเร็จมีสูงขึ้นอีกด้วยค่ะ สำหรับนักลงทุนที่อยากกระจายความเสี่ยงและมองหาผลตอบแทนที่น่าตื่นเต้น การลงทุนใน SME เป็นตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้ามเลยจริงๆ!

ถาม: ในฐานะนักลงทุนรายย่อยอย่างพวกเรา จะเริ่มต้นลงทุนในธุรกิจ SME ของไทยได้อย่างไรบ้างคะ? มีช่องทางไหนที่น่าเชื่อถือไหม?

ตอบ: เป็นคำถามที่สำคัญมากๆ เลยค่ะเพื่อนๆ! นักลงทุนรายย่อยอย่างเราๆ บางทีก็รู้สึกว่าการเข้าถึง SME โดยตรงเป็นเรื่องยากใช่ไหมคะ? แต่บอกเลยว่าตอนนี้มีช่องทางที่น่าเชื่อถือและเข้าถึงง่ายขึ้นเยอะมากค่ะ จากที่ฉันเคยศึกษาและลองลงทุนมาหลายรูปแบบ ก็พบว่ามีหลายทางเลือกเลยค่ะCrowdfunding (การระดมทุนสาธารณะ): อันนี้ฮิตมากๆ เลยค่ะ!
เป็นแพลตฟอร์มที่เปิดโอกาสให้นักลงทุนรายย่อยอย่างเราเข้าไปร่วมลงทุนในธุรกิจ SME ที่กำลังต้องการเงินทุน โดยจะมีทั้งแบบ Debt Crowdfunding (เหมือนเราให้ SME กู้ยืมเงิน แล้วได้รับผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ย) และ Equity Crowdfunding (เราลงทุนแลกกับการได้เป็นเจ้าของหุ้นในบริษัทนั้นๆ) ซึ่งแพลตฟอร์มเหล่านี้หลายแห่งก็อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต.
ทำให้เรามั่นใจในระดับหนึ่งได้เลยค่ะ อย่าง Investree (ไทยแลนด์) ก็เป็นตัวอย่างแพลตฟอร์มที่น่าสนใจค่ะ
Venture Capital (VC) และ Private Equity (PE) Funds: อันนี้อาจจะเหมาะกับคนที่อยากให้มืออาชีพช่วยบริหารจัดการเงินลงทุนให้ค่ะ กองทุนเหล่านี้จะเน้นลงทุนใน SME ที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง แต่ก็ต้องทำความเข้าใจว่าการลงทุนในกองทุนลักษณะนี้อาจจะต้องใช้เงินทุนจำนวนมาก และมีสภาพคล่องไม่สูงเท่าตลาดหุ้นปกติ
สินเชื่อ P2P Lending: ตอนนี้บางแพลตฟอร์มกำลังอยู่ในช่วงทดสอบ (Sandbox) ซึ่งก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าจับตาในอนาคตค่ะ
การลงทุนโดยตรง หรือหาผู้ร่วมทุน: ถ้าคุณมีความเชี่ยวชาญในธุรกิจนั้นๆ หรือมีเครือข่าย ก็อาจจะลองมองหา SME ที่ต้องการผู้ร่วมทุนโดยตรงได้ค่ะ แต่แบบนี้ต้องใช้ความรู้และประสบการณ์เยอะหน่อยนะคะไม่ว่าจะเลือกช่องทางไหน สิ่งสำคัญที่สุดคือการ “ทำการบ้าน” อย่างละเอียดค่ะ ต้องศึกษาข้อมูลของ SME ที่เราสนใจให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้นะคะ ดูงบการเงิน แผนธุรกิจ ทีมผู้บริหาร และโอกาสทางการตลาดค่ะ อย่าเพิ่งเชื่ออะไรง่ายๆ นะคะเพื่อนๆ ลงทุนทั้งทีต้องรอบคอบที่สุดค่ะ!

ถาม: แล้วถ้าเราตัดสินใจจะลงทุนใน SME จริงๆ มีอะไรที่เราต้องระวังเป็นพิเศษบ้างไหมคะ? ความเสี่ยงคืออะไร และเราจะลดความเสี่ยงนั้นได้อย่างไร?

ตอบ: แน่นอนค่ะ! การลงทุนทุกอย่างย่อมมีความเสี่ยงเสมอ โดยเฉพาะการลงทุนใน SME ที่มีโอกาสเติบโตสูง ก็ย่อมมาพร้อมความเสี่ยงที่สูงกว่าการลงทุนแบบดั้งเดิมที่เราคุ้นเคยกันค่ะ จากที่ฉันเคยเจอมา ความเสี่ยงหลักๆ ที่เราต้องระวังมากๆ มีดังนี้ค่ะความเสี่ยงด้านสภาพคล่องต่ำ: ธุรกิจ SME ส่วนใหญ่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ การซื้อขายเปลี่ยนมือหุ้นหรือการถอนเงินลงทุนอาจจะทำได้ยากกว่าหุ้นในตลาดหลักทรัพย์เยอะเลยค่ะ ถ้าเราต้องการเงินคืนฉุกเฉิน อาจจะหาคนมารับช่วงต่อได้ยาก ต้องทำใจเรื่องนี้ไว้ตั้งแต่แรกเลยนะคะ
อัตราการล้มเหลวสูง: ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยเคยระบุว่า SME มีอัตราการรอดชีวิตเพียง 50% ใน 5 ปีแรกเท่านั้น นั่นหมายความว่าโอกาสที่ธุรกิจจะไม่ไปต่อก็มีสูงมากค่ะ สาเหตุหลักๆ ที่ทำให้ SME เจ๊งง่ายๆ เลยคือ “ไม่ทำบัญชี” “ไม่วางแผนธุรกิจ” และ “ปัญหาทุจริต” ฟังแล้วน่ากลัวใช่ไหมล่ะคะ?
ข้อมูลไม่โปร่งใสเท่าบริษัทใหญ่ๆ: SME อาจจะไม่มีการเปิดเผยข้อมูลเหมือนบริษัทมหาชน ทำให้การประเมินความเสี่ยงและโอกาสเป็นไปได้ยากกว่าค่ะ
ความผันผวนของเศรษฐกิจ: SME มักจะได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจมากกว่าบริษัทใหญ่ๆ โดยเฉพาะช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดี ยอดขายหดตัว หรือต้นทุนสูงขึ้น ก็จะกระทบกับ SME โดยตรงค่ะทีนี้มาถึงหัวใจสำคัญคือ เราจะลดความเสี่ยงเหล่านี้ได้อย่างไร?
ศึกษาข้อมูลอย่างลึกซึ้ง (Due Diligence): อันนี้สำคัญที่สุดค่ะ! เหมือนที่เราเกริ่นไปข้างต้น ต้องดูงบการเงินให้ละเอียด ดูแผนธุรกิจว่าชัดเจนและเป็นไปได้แค่ไหน ทีมผู้บริหารมีประสบการณ์และความน่าเชื่อถือมากน้อยแค่ไหนค่ะ ถ้าข้อมูลไม่ชัดเจนหรือไม่น่าเชื่อถือ ก็อย่าเพิ่งรีบตัดสินใจลงทุนนะคะ
กระจายความเสี่ยง (Diversification): อย่าทุ่มเงินทั้งหมดไปที่ SME เพียงแห่งเดียวค่ะ ลองกระจายลงทุนใน SME หลายๆ ประเภท หรือในอุตสาหกรรมที่หลากหลาย เพื่อลดผลกระทบหากธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งไม่เป็นไปตามคาด
เข้าใจธุรกิจและอุตสาหกรรม: เราควรจะลงทุนในธุรกิจที่เราเข้าใจจริงๆ ค่ะ ไม่ใช่แค่ตามกระแส เพราะถ้าเราเข้าใจธุรกิจ เราก็จะประเมินความเสี่ยงและโอกาสได้ดีขึ้นค่ะ
มองหา SME ที่มีธรรมาภิบาล: ลองพิจารณาเรื่องการบริหารจัดการที่ดี การทำบัญชีที่ถูกต้อง และความโปร่งใส ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงเรื่องการทุจริตและการบริหารที่ผิดพลาดได้
ใช้ประโยชน์จากมาตรการภาครัฐ: ตอนนี้รัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือ SME เยอะแยะเลยค่ะ ทั้งสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ การพักชำระหนี้ หรือการลดหย่อนภาษี ซึ่งมาตรการเหล่านี้จะช่วยให้ SME มีโอกาสอยู่รอดและเติบโตได้มากขึ้นค่ะการลงทุนใน SME เหมือนการเดินทางที่น่าตื่นเต้นค่ะ มีทั้งความท้าทายและผลตอบแทนที่หอมหวาน แต่ถ้าเราเตรียมตัวให้พร้อม ศึกษาข้อมูลให้ดี และระมัดระวัง ก็จะช่วยให้การเดินทางครั้งนี้ประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอนค่ะ!
ขอให้เพื่อนๆ โชคดีกับการลงทุนใน SME ทุกคนนะคะ!

📚 อ้างอิง

Advertisement